|
|||
![]() |
|||
ฟรี E-newsletter เพื่อ อัพเดทโปรโมชั่น
Email : |
บทสัมภาษณ์ ถาม :ไม่ทราบว่า คุณหมอทำงานด้านศัลยกรรมความงามมานานเท่าไรแล้วคะ ถาม : คุณหมอคิดว่า อะไรเป็นแรงบันดาลให้คุณหมอมาสนใจทางด้านนี้ ถาม : ทราบข่าวว่า มีคนไข้หลายคนที่มาเข้ารับการทำศัลยกรรมที่นี่แล้วออกไปเป็นดารามากมาย คุณหมอคิดอย่างไรคะ ถาม : ถ้าคนไข้ยืนยันอยากให้คุณหมอทำอย่างที่ต้องการล่ะคะ ถาม : เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้ามาก มีเครื่องมือต่างๆมากมาย คุณหมอได้ประสานเทคโนโลยีเหล่านี้กับงานของคุณหมออย่างไรคะ ถาม : แต่การฉีดพวกสารนี้เห็นผลเร็วกว่าไม่ใช่หรือคะ เห็นว่าฉีดวันนี้ พรุ่งนี้สวยเลย ถาม : แสดงว่าคุณหมอคิดว่า การฉีดสารเหล่านี้ไม่มีที่ใช้ในด้านศัลยกรรมเลยใช่ไหมคะ ถาม : เคยอ่านพบข้อความที่คุณหมอให้สัมภาษณ์นสพ.ฉบับหนึ่ง เกี่ยวกับดาราคนหนึ่งที่ไปฉีดหน้ามา แล้วมีการไหลของสารจนย้อยมาที่คาง ไม่ทราบ case นั้นเป็นอย่างไรค่ะ ถาม : คุณหมอคิดว่า ปัญหาส่วนใหญ่ในการทำงาน มักมาจากอะไรคะ ถาม : ขอถามปัญหาคนไข้ก่อนดีกว่า ถาม : แล้วเจอคนไข้ประเภทนี้มากไหมคะ ถาม : คุณหมอคิดอย่างไรกับงานศัลยกรรมความงามที่เดี๋ยวนี้ใครๆก็ว่าสวยด้วยพลาสติกหมด ถาม : ทำงานแบบนี้จะเครียดมากนะคะ ถาม : แล้วคุณหมอมีวิธีจัดการความเครียดอย่างไรคะ ถาม : แล้วคุณหมอชอบฟังเพลงแนวไหนคะ ถาม : แสดงว่าคุณหมอน่าจะรู้จักเพลงเยอะมาก ถาม : อย่างนี้คุณหมอก็เป็น DJ ได้นะคะ ถาม : นอกจากฟังเพลงเป็นงานอดิเรกแล้ว คุณหมอมีวิธีพักผ่อนอย่างอื่นอย่างไรบ้างคะ ถาม : คุณหมอประทับใจในผลงานของตัวเองในคนไข้คนไหนเป็นพิเศษไหมคะ ถาม : แสดงว่า คุณหมอมีเรื่องสนุกๆของงานศัลยกรรมมากนะค่ะ ถาม : คุณหมอน่าจะลองเอาประสบการณ์คนไข้เหล่านี้เขียนเป็นหนังสือดูนะคะ ถาม : แสดงว่า อาจมีโอกาสได้อ่านงานที่คุณหมอเขียน
อยากรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการผลเสียของการฉีดซิลิโคลน
โลกโหดร้ายของคนไม่สวย
4 พฤศจิกายน 2553
![]() วันก่อน.. ได้อ่านบทความชิ้นหนื่งในคอลัมน์จุดประกาย ของหนังสือกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2553 แค่อ่านหัวข้อก็รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆๆ แล้วคะ เมื่อลงไปในรายละเอียดก็รู้สึกทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย วันนี้มีโอกาสได้นั่งคุยกับ คุณหมอกุศล อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานเลยคิดว่าคุณหมอน่าจะให้แง่คิดและมุมมองที่น่าสนใจ มีโอกาสพบ Expert ทางด้านศัลยกรรมความงามแล้ว ต้องถามให้หายข้องใจคะ
ก่อนพบกับคำสัมภาษณ์ ลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ
ความสวยทรงพลังมากชึ้นเรื่อยๆๆ ในมุมมองของอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ อย่าง รศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
" การผ่าตัดศัลยกรรมเป็นแนวโน้มในโลกที่ยากจะหยุด มันเป็นสิทธิมนุษยชนในช่วง 30-40ปีที่ผ่านมา มีคดีหรือประเด็นสิทธิทางร่างกายของคน เช่น สิทธิในการทำแท้ง ที่คนกลุ่มหนึ่งถือว่าเป็นสิทธิในร่างกายของสตรี ซึ่งรวมถึงความงามด้วย "
"จริงไหมที่คนสวยมีรายได้มากกว่าคนธรรมดา ??"
อาจารย์อธิบายต่อว่า ผู้จ้างงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ชื่นชอบความงาม จึงเป็นธรรมดาที่จะเอนเอียงไปในทิศทางจ้างคนหน้าตาดี
Daniel Hamermesh นักเศรษฐศาสตร์ ผู้มีชื่อเสียงในการศึกษาเรื่องแรงงานมายาวนาน พบว่าในสหรัฐอเมริกา คนหน้าตาดีเหนือคนทั่วไป ทั้งหญิงและชายได้รับค่าตอบแทนต่อชั่วโมง สูงกว่าคนหน้าตาธรรมดา ประมาณร้อยละ 5 เค้าเรียกส่วนต่างที่เหนือกว่าคนอื่นนี้ว่า Beauty Premium (บิวตี้พรีเมียมคือความพิเศษอันเกิดจากความงาม)
- โดยเฉพาะประเทศไทย Beauty Premium ดูจะเข้มข้น กว่าด้วยซ้ำ ในประเทศไทยไม่มีกฏหมายการันตีเหมือนในอเมริกา ที่มีกฏหมายรับรองที่เรียกว่า Equal right คือการห้ามระบุเพศ, ระบุอายุ, เชื้อชาติสีผิว ในการจ้างงาน ฉะนั้นในประเทศไทยจึงมีความเอนเอียงไปยังความชอบส่วนตัวโดยเฉพาะความงามที่เป็นกระแสหลักของโลก
"ทำงานไม่เก่งพอฝึกหัดได้ หน้าตาไม่สวยยังไงก็ฝึกไม่ได้ แม้บางคนจะให้ความเห็นว่า หน้าตาเป็นแค่ใบเบิกทางแต่ในทางปฏิบัติ กลับตรงกันข้าม ศัลยกรรมจึงเท่ากับเป็นทางลัด เปรียบเหมือนคนถือกระเป๋าแบรนด์เนม ย่อมมั่นใจกว่าคนถือแบรนด์เนมก๊อบ
อาจารย์ วรากรณ์ ยังให้เหตุผลต่ออีกว่าไม่มีกลไกใดๆๆ ช่วยให้โลกเป็นธรรม และศัลยกรรม คือการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ตัวเอง
" มันเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่ต้องยอมรับ!!."
![]() ส่วนค่านิยมที่"มองคนที่ข้างใน"ยังเป็นเพียงคำพูดที่หวานหอมปลอบประโลมใจไปวันๆๆ เพราะในโลกแห่งความจริง
" คนไม่ใช่เทวดา มองข้างในไม่เห็นหรอก "
..คัดเฉพาะบางส่วนออกมา หากอยากอ่านบทความนี้เต็มๆๆ หาอ่านได้จากคอลัมน์จุดประกายฉบับ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2553 ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจคะ
ลาล่า: คุณหมอคะ จากบทความข้างบนนี้คุณหมอคิดอย่างไรคะ
![]() คุณหมอกุศล: ผมว่าตามธรรมชาติของคนแล้ว ไม่ว่าหญิงหรือชาย เราก็มีแนวโน้มที่จะชื่นชอบของสวยงาม ก่อนที่จะเข้าไปดูถึงคุณค่า, ประโยชน์ใช้สอยของของชิ้นนั้น ยกตัวอย่างรถก็แล้วกัน จะว่าไปถ้าพูดถึงประโยชน์ของการใช้สอย ก็เป็นพาหนะพาเราไปถึงจุดมุ่งหมาย ถ้าคิดแค่ประโยชน์เราก็ใช้รถอะไรก็ได้ ขอให้สมรรถนะดี ขับขี่ปลอดภัย แต่จะเห็นว่าเวลาเราดูรถรูปร่างสีสัน ของรถกลับเตะตา ให้เราหันไปมอง, ชื่นชมอยากเป็นเจ้าของก่อนที่เราจะขอเข้าไปดูในรายละเอียดของรถซะอีก บางคนยังยอมจ่ายแพงมากกว่าคนอื่น เพราะต้องการซื้อดีไซน์ ที่ไม่เหมือนใคร
ลาล่า: คุณหมอกำลังจะบอกว่า คนเราส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับหน้าตา รูปลักษณ์ มากกว่าคุณค่าจริงๆๆ ของมัน
คุณหมอกุศล: ผมว่า"First impression " คงเป็นอย่างนั้นครับ
ลาล่า: ถ้าเช่นนั้นเป็นเพราะเราอยู่ในยุคของสังคมบริโภคหรือเปล่าคะ เราจึงต้องแข่งขันกันที่รูปลักษณ์ภายนอก
คุณหมอกุศล: ผมว่ายุคไหนก็เหมือนกันครับ เพียงแต่ว่าความสวยงามของแต่ละยุค อาจมีรายละเอียดที่ต่างกัน
ลาล่า: ในมุมมองของหมอศัลยกรรมความงาม คุณหมอคิดว่าหน้าตาอย่างไหน ถึงจัดว่าสวย เช่น จมูกต้องโด่ง ตาต้องโต อย่างนั้นหรือเปล่าคะ
คุณหมอกุศล: อืมม์!! ผมว่าไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ความสมดุลย์ คือความสวยงาม หากตาเราโตแต่ไม่เข้าคู่กับจมูกทีเล็กมันก็ขัดกัน หรือรูปหน้าที่เล็กแต่มีจมูกที่โด่งและใหญ่มันก็ขัดกันอีกเหมือนกัน สรุปแล้วทุกส่วนของอวัยวะบนใบหน้าควรจะมีความพอดีกัน ทั้งขนาดและมิติของมุม คนไข้บางคนจมูกโด่งและสวย แต่มองด้านข้าง คางยื่นออกไปไม่รับกับจมูกที่โด่ง ถึงแม้จมูกจะสวยก็ไม่ทำให้คนไข้ดูสวยเท่าที่ควร
ลาล่า: ระหว่างจมูก ตา คาง อะไรเป็นปัญหาของสาวไทยคะ
คุณหมอกุศล: คนไทยมีปัญหาส่วนใหญ่ที่จมูกครับ เพราะโดยเชื้อชาติ สายพันธุ์ของเราจมูกจะไม่ค่อยโด่ง การเสริมจมูกให้มีมิติสูงขึ้นก็มักจะทำให้หน้าเปลี่ยนไปมาก
ลาล่า: คุณหมอคิดว่าโลกโหดร้ายสำหรับคนไม่สวยจริงไหมคะ
คุณหมอกุศล: ถ้าให้ตอบในมุมมองของผู้ชายพูดกันตรงๆๆ ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ผู้ชายทุกคนก็ชอบมองผู้หญิงสวย การมองคนสวยจะเป็นความโหดร้ายสำหรับคนไม่สวยหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่หากจะคัดคนเป็นดารา พิธีกร นางแบบนายแบบโฆษณาเขาก็ต้องเลือกคนสวยก่อนเป็นธรรมดา แต่ในความเป็นหมอศัลยกรรมความงาม โลกไม่โหดร้ายหรอกครับสำหรับคนไม่สวย เพราะเดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมเป็นที่ยอมรับของคนโดยทั่วไปและทั่วโลกด้วยครับ หากเป็นสมัยก่อนใครจะทำศัลยกรรมก็ต้องปกปิดไม่ให้ใครรู้ เดี๋ยวนี้แทบจะเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว ที่ใครๆๆก็ทำศัลยกรรม
ลาล่า: เคยทราบว่าสมัยก่อนนางงามคนไหนทำศัลยกรรม กรรมการจะไม่ให้เข้ารอบ เดี๋ยวนี้น่าจะเปิดกว้างมากขึ้นไหมคะ
คุณหมอกุศล: ผมว่าสมัยนี้คงมีน้อยคน ที่ไม่พึ่งการศัลยกรรม โดยเฉพาะถ้าทำได้เนียนเหมือนธรรมชาติมาก ก็แทบจะดูไม่ออกว่าทำมาหรือไม่ เท่าที่ทราบมายังไม่มีประวัติการประกวดนางงามที่ไหน ที่เมื่อตัดสินแล้วสืบทราบภายหลังว่า ไปทำศัลยกรรมมาแล้วจะทวงมุงกุฏคืน แล้วอย่างที่ทราบมาว่าโลกยุคปัจจุบันการทำศัลยกรรม ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก เหมือนยุคหนึ่งที่ใครใส่เหล็กดัดฟัน จะไม่กล้ายิ้มเลย แต่ปัจจุบันกลายเป็นความเท่ห์อีกแบบ เด็กวัยรุ่นจะยิงฟันเหล็กแข่งขันกัน
ลาล่า: แล้วคุณหมอจะแนะนำ ให้คนทำศัลยกรรมไหมคะ
คุณหมอกุศล: ผมว่าสิ่งสำคัญคือการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับคน คือเราต้องสร้างความสามารถ ความเป็นคนเก่ง คนดี ให้กับคนในสังคม ผมว่าเป็นหัวใจสำคัญเมื่อเราสร้างตรงนั้นได้แล้ว เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องมาทำศัลยกรรม เพราะเขามีความมั่นใจในสิ่งที่เขามี เขาเป็น แต่หากเขาคิดว่าอยากจะมีมากกว่าจากที่เป็นอยู่ และเขาคิดว่าการที่เขามีหน้าตาที่ดีขึ้น จะทำให้เขามีความพอใจมั่นใจมากกว่านี้ การมาทำศัลยกรรมก็เป็นทางเลือกอีกทาง สำหรับคนที่คิดว่าความมั่นใจต้องมีเรื่องของหน้าตาเป็นองค์ประกอบด้วย
ลาล่า: คุณหมอน่าจะมีตัวอย่างของคนไข้ที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นหลังทำศัลยกรรมแล้ว
คุณหมอกุศล: เยอะมากเลยครับ บางคนได้เป็นนักแสดงยอดนิยม บางคนเป็นนางแบบปลายแถวก็ก้าวสู่นางแบบระดับหน้า บางคนก็มีโอกาสเลือกแฟนได้มากขึ้น มีอยู่รายหนึ่งบอกว่าหลังทำจมูกแล้วได้ลูกเลย ทั้งที่รอคอยให้ลูกมาเกิดนานแล้ว รายนี้ก็แปลกดี
ลาล่า: มีคนไข้ที่ทำแล้วไม่พอใจบ้างไหมคะ
คุณหมอกุศล: มีครับในการทำงานทุกชนิดคงไม่สามารถประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ความแตกต่างกันของโครงสร้าง ของผิวในแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ในคนๆๆเดียวกันหน้าสองซีกยังไม่สมดุลย์กัน หรือเท่ากันเป๊ะเลย ที่ไม่พอใจก็ต้องมีบ้างแต่ถ้าทำไปแล้วมีคนพอใจมากกว่าคนไม่พอใจ หรือคนไม่พอใจไม่เกินห้าเปอร์เซ็นต์ เราก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้วครับ อีกอย่างหนึ่งความพอใจเป็นนามธรรม เราว่าสวย คนไข้ว่าไม่สวย หรือกลับกันเราว่าไม่สวยคนไข้ว่าสวย ก็ต้องคุยทำความเข้าใจกัน
ลาล่า: สรุปว่าถ้าเราคิดว่าความสวยงามเป็นองค์ประกอบหนึ่งทีสำคัญต่อความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้ว การทำศัลยกรรมก็ไม่เสียหายอะไรใช่ไหมคะ
คุณหมอกุศล: แน่นอนครับ ความสวยงามยังเป็นความนิยม ทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่สมัยก่อนยังเป็นเรื่องทีปิดบังกัน เดี๋ยวนี้ค่านิยมของคนที่มาทำศัลยกรรม ถูกมองเป็นว่าเป็นคนที่ดูแลตัวเอง ทันสมัยทำให้คนรุ่นใหม่กล้าเปิดเผยมากขึ้นเรียกว่าไม่ตก TREND บางคนคิดว่าเป็นการลงทุนให้ตนเอง ในประเทศเกาหลีเท่าที่ผมทราบมา พ่อแม่จะให้ของขวัญแก่ลูกหลังรับปริญญา คือการให้ไปทำศัลยกรรม
ลาล่า: โอ้!! ถ้าอย่างนั้นไว้คราวหน้ามีโอกาสจะขอสัมภาษณ์เรื่อง ศัลยกรรมเกาหลีกับไทย หวังว่าคุณหมอคงพอมีเวลาให้ความรู้นะคะ วันนี้ต้องขอขอบคุณคุณหมอมากนะคะ
คุณหมอกุศล: ยินดีครับ
สาวๆๆ ทั้งหลายคะพอมีความหวังแล้วนะคะ เดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นที่ยอมรับของคน ยุคดิจิตอล อย่างเราและยังเป็นโอกาสให้เราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย ปฏิบัติการไล่ล่าฝันของเราอาจต้องพึ่งมือหมอก็ได้จริงไหมคะ..
![]() ![]() |
![]() |
| Copyright © 2007 Facial Cosmetics Surgery |












