เปิดใจคนดังโดยจุ๊กจิ๊ก



 English Version




ฟรี E-newsletter เพื่อ อัพเดทโปรโมชั่น
Email :






email: facial_drk@hotmail.com

ศัลยกรรมคาง (mentoplasty)

  หากเปรียบเทียบอวัยวะบนใบหน้าแล้ว คางอาจมีความโดดเด่นน้อยกว่าจมูก แต่หากท่านพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้าที่ได้รูปและสมบูรณ์แบบ (perfect) แล้ว คางเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในความสมบูรณ์นั้นด้วย

 

พิจารณาดูจากรูป จะเห็นว่า คางเป็นส่วนประกอบส่วนที่ 3 ที่จะเป็นส่วนที่ทำให้ทั้ง 3 ส่วน มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งมุมของคางถ้ามองจากด้านข้างควรจะยื่นรับความโด่งของจมูกในสัดส่วนที่พอดีกัน ก็จะทำให้รูปหน้านั้นเป็นรูปหน้าที่งดงามเหมือนดังสลักเสลา แต่โดยมาก คนมักมองข้ามเรื่องของคางไป อาจกล่าวได้ว่าการมีจมูกโด่งได้รูป ทำให้ใบหน้าดูโดดเด่น แต่การมีคางที่รับกับจมูก ทำให้ใบหน้าดูสมบูรณ์แบบขึ้น

คนทั่วไปที่มาปรึกษา มีปัญหาเรื่องคางมากน้อยอย่างไร?


คนทั่วไปที่มาปรึกษา มักจะเป็นปัญหาเรื่องคางสั้นมากกว่าคางยาว การแก้ไขปัญหาคางสั้นทำให้ง่ายกว่าพวกคางยาว เพราะการแก้ไขคางสั้น คือ การตกแต่งเสริมเข้าไป ในขณะที่การแก้ไขคางยาว คือ การตัดแต่ง ซึ่งทำได้ยากกว่า เพราะอาจจำเป็นต้องเลื่อนขากรรไกร จึงเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างใหญ่ ปัญหาคางสั้นในบางคนเป็นสิ่งที่เรามองเห็นได้เลย ในขณะที่บางคน คางสั้นเป็นเรื่องของความสัมพัทธ์ (relative) คือ เมื่อเปรียบเทียบกับรูปจมูกและรูปหน้าที่ต้องการความสมบูรณ์แล้ว คางนั้นอาจแลดูสั้น คนไข้กลุ่มนี้จะมองไม่เห็นว่าตนเองมีรูปคางที่สั้น การเสริมแต่งคางจะต้องเสริม 2 มิติ คือ

 

การเสริมแต่งคางจะต้องเสริม 2 มิติ คื

  1. มิติด้านยาว เพื่อให้ใบหน้าส่วนที่ 3 มีสัดส่วนเท่าๆหรือใกล้เคียงกับส่วนที่ 1 และ 2
  2. มิติด้านหน้า เพื่อให้มุมของคางรับกับความโด่งของจมูก

การเสริมคางทำอย่างไร และวัสดุที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร?

การเสริมคางทำได้ 2 วิธีคือ

  1. แพทย์ทำการใส่วัสดุที่ใช้ทำคางเข้าทางปากบริเวณเหงือกของฟันล่างต่อกับเนื้อเยื่อของปากด้านใน (bucco gingival approach)
  2. แพทย์ใส่วัสดุที่ใช้ทำคางเข้าทางใต้คาง (submental approach) คือแพทย์จะเปิดแผลบริเวณผิวที่อยู่ใต้คาง
    วิธีที่ 1 ข้อดี คือ จะทำให้ไม่มีแผลเป็น เนื่องจากแผลทุกอย่างจะอยู่ในปากหมด วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้ ข้อเสีย คือ ทำยากกว่าวิธีที่ 2 และจะทำได้เฉพาะคนไข้ที่ไม่เคยทำมาก่อนหรือไม่เคยฉีดสารแปลกปลอมมาก่อน
    วิธีที่ 2 นี้ ข้อดี คือ แพทย์จะทำงานได้สะดวกและสามารถเลาะพังผืดหรือสารแปลกปลอมได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งดีกว่าการใช้วิธีที่ 1 และ จะเลือกทำในคนไข้ที่จำเป็นต้องเลาะพังผืดจากการทำครั้งก่อน หรือในคนไข้ที่ฉีดสารแปลกปลอมมา ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องเลาะเอาสารแปลกปลอมนั้นออก ข้อเสีย คือ มีแผลเป็นที่ผิวใต้คาง แต่ในระยะยาวแผลเป็นเช่นนี้ก็จะจางหายไป
    วัสดุที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ยังเป็น silicone อยู่ (solid stage) เช่นเดียวกับจมูก silicone มีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อค่อนข้างน้อย จึงสามารถอยู่กับร่างกายเราตลอดไป โดยไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนแกน

อายุเท่าใดจึงจะเสริมคางได้?

เช่นเดียวกันกับจมูก การเสริมคางควรทำในรายที่การเจริญเติบโตของโครงสร้างกระดูกโตเต็มที่แล้ว ซึ่งน่าจะอยู่ที่อายุมากกว่า 18 ปีในผู้หญิง และมากกว่า 19 ปีในผู้ชาย

ใช้เวลาในการผ่าตัดนานเท่าใด ต้องนอนพักในโรงพยาบาลหรือไม่?

เวลาในการผ่าตัดเสริมคางในแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับความยากง่าย เคยตกแต่งหรือฉีดสารแปลกปลอมมาหรือไม่ ระยะเวลาจะอยู่ประมาณ 1-3 ชม. และไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่ร.พ.

หลังการผ่าตัดจะมีอาการอย่างไร และจะปฏิบัติตัวอย่างไร?

หลังการผ่าตัด 24 - 48 ชม. แรก จำเป็นต้องนอนศีรษะสูง ประคบด้วยความเย็นบริเวณคางเพื่อลดความบวม และหลัง 48 ชม. ไปแล้วจะประคบด้วยน้ำอุ่นแทน การบวมจะสิ้นสุดใน 72 ชม. แรก หลังจากนั้นจะค่อยๆยุบลงภายใน 7-10 วัน หากเป็นการผ่าตัดผ่านด้านในของปาก ท่านจำเป็นต้องรับประทานอาหารเหลวที่ง่ายต่อการเคี้ยวใน 2 วันแรก ความบวมจะยุบลง อย่างรวดเร็ว แพทย์จะตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด คางจะเริ่มเข้าที่ระยะประมาณ 1-3 เดือน และจะยุบเกือบ 100% ในเวลา 3 เดือน เว้นแต่เป็นคางที่ได้รับการแก้ไข อาจจะยุบช้ากว่า และอาจจะแข็งในบริเวณคางอยู่ระยะหนึ่ง การดูแลหลังผ่าตัดอาจแตกต่างไปในแต่ละคน การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจึงมีความสำคัญมาก

ผลในระยะยาวหลังการผ่าตัดจะเป็นอย่างไรในคนไข้ส่วนใหญ่ หากต้องแก้ไขระยะเวลาใดเหมาะสมที่สุด?

ผลในระยะยาวหากเป็นคนไข้เสริมคางอย่างเดียว โดยไม่ได้แก้ไขด้วยการเลาะพังผืดหรือเลาะเอาวัสดุแปลกปลอมออก มักสวยเข้าที่เร็ว และมักไม่มีปัญหาใดๆ แต่ในคนไข้ที่ได้รับการเลาะพังผืดและวัสดุแปลกปลอม เช่น silicone ออก ท่านอาจใช้เวลาในการเข้าที่นานกว่า 6 เดือนและในบางคนอาจถึง 1 ปี ในบางคนผิวของคางอาจตะปุ่มตะป่ำจากการมีพังผืดของเนื้อเยื่อรัดเอาผิวด้านนอกไปด้วย ซึ่งแก้ไขให้เรียบเหมือนผิวปรกติค่อนข้างยาก ในกรณีนี้ ท่านต้องยอมรับข้อจำกัดของการแก้ไข หากจำเป็นต้องแก้ไขใหม่ ควรทำในระยะเวลาที่เลย 6 เดือนหรือ 1 ปีไปแล้ว การแก้ไขในเวลาใดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศัลยแพทย์เป็นสำคัญ เพราะศัลยแพทย์จะทราบปัญหาของท่านได้ดีที่สุด

การฉีดสารบางตัวเช่น สาร filler เพื่อเสริมคางแทนการทำศัลยกรรมได้หรือไม่?

ขณะนี้ปัญหาที่พบบ่อยในบรรดาคนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องคางเกือบ 50% เคยได้รับการฉีดสารบางชนิดเข้าไปในคางด้วยจุดประสงค์ต้องการเสริมคางให้ยาวแทนการผ่าตัด สิ่งที่น่าสงสัย คือ สารนั้นคืออะไร เพราะหากเป็นการฉีด filler เข้าไปจริง filler ที่ใช้ในการฉีดนั้น ถ้าเป็น hyaluronic acid มักจะมีอายุสั้นและราคาแพงมาก การจะฉีดให้ได้ปริมาตรมากเพื่อเพิ่มขนาดของความยาวของคางจะต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 4-5 หมื่นบาท จึงสันนิษฐานได้ว่าวัสดุแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไปนั้นน่าจะเป็นซิลิโคนเหลว (liquid silicone) จะมีราคาถูก คนไข้ส่วนใหญ่มักจะฉีดมาในราคา 2000-3000 บาท silicone เหลวนั้นไม่มีที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อการเสริมทั้งจมูก คางหรืออวัยวะอื่นๆ จึงไม่แนะนำให้ฉีดสารใดๆเข้าไปในเนื้อเยื่อของคางทั้งสิ้น เพราะการแก้ไขเพื่อเลาะเอาวัสดุแปลกปลอมออกให้หมดนั้นยากมาก และผลที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการแก้ไขอาจแพงกว่าการเสริมธรรมดามาก

ก่อนการตัดสินใจควรทำอะไรบ้าง?

ก่อนการตัดสินใจท่านควรจะ

  1. หาข้อมูลและศึกษาให้เข้าใจถึงผลดีและผลเสียที่อาจมี เปรียบเทียบผลดีผลเสียนั้น หากมีผลเสียจะเกิดอะไรได้บ้าง และท่านรับได้มากแค่ไหน
  2. ปรึกษาศัลยแพทย์ที่ท่านมั่นใจ คุยกับแพทย์ในรายละเอียด ข้อจำกัดของการผ่าตัดในกรณีของท่านคืออะไร โรคประจำตัวคืออะไร รับประทานยาอะไรเป็นประจำหรือไม่ เคยผ่าตัดมาก่อนแล้วหรือไม่ ถ้าเคย ผ่ามาแล้วกี่ครั้ง เคยฉีดสารแปลกปลอมมาหรือไม่
  3. มั่นใจว่าท่านสามารถทำตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดได้อย่างเคร่งครัด
  4. หาคนมาเป็นเพื่อนและพาท่านกลับบ้านได้หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว

แผนกศัลยกรรมใบหน้า
Copyright © 2007 Facial Cosmetics Surgery